เที่ยวบินแรกของลูกน้อย

เคล็ดลับการจองตั๋ว จัดกระเป๋า และอุปกรณ์การเดินทางค่ะ

ตอนที่ขึ้นเครื่องบินกับลูกเป็นครั้งแรก คิดว่าตอนนั้นฉันคงแก้รายการจัดสิ่งของไปหลายครั้งเลยทีเดียว ฉันเองก็ไม่เคยเป็นเนตรนารีหรอกนะคะ แต่คติพจน์ที่ฉันชื่นชอบคือ "จงเตรียมพร้อม" ซึ่งเข้ากับนิสัยขี้กังวลที่มีอยู่ในตัว เที่ยวบินครั้งแรกของน้อง Benเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ใช้เวลา 8 ชั่วโมง และเป็นการเดินทางขณะที่มีอายุเพียง 6 เดือน
ฉันและสามีเคยได้ยินเพื่อนๆ เล่าให้ฟังว่าเด็กทารกอาจไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงความกดอากาศ ทำให้เรานึกภาพลูกชายตัวน้อยของเราร้องไห้โยเยจนทำให้การนำเครื่องขึ้นธรรมดาๆ กลายเป็นฝันร้ายสำหรับผู้โดยสารคนอื่นๆ ดังนั้น ในกระเป๋าที่นำขึ้นเครื่องของเราจึงมีจุกหลอก (แม้ว่าน้อง Ben จะไม่เคยใช้จุกหลอกเลยก็ตาม) และขวดน้ำ นอกจากนี้ ยังได้เตรียมตัวให้นมลูกหากจำเป็นอีกด้วยค่ะ

เมื่อขึ้นเครื่อง ฉันและสามีไม่พบปัญหาใดๆ ในการใช้เข็มขัดนิรภัยสำหรับเด็กทารกที่ทางสายการบินจัดเตรียมไว้ให้ น้อง Ben ดูมีความสุข ผ่อนคลาย และตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆ รอบตัว แต่จากการสังเกตพฤติกรรมของลูกน้อยในระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ดิฉันทราบดีคืออารมณ์ของเขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างฉับพลัน ดังนั้นทั้งสามีและฉันจึงไม่ประมาท ตลอดเวลาตั้งแต่เครื่องบินวิ่งอยู่บนรันเวย์จนบินขึ้นฟ้าในทีสุด เราทั้งคู่ต่างก็ตั้งท่าเตรียมตัวป้อนน้ำหรือให้จุกหลอกกับลูก หากเขาเกิดส่งเสียงร้องขึ้นมา

แต่น้อง Ben ก็แค่หลับปุ๋ยไป หรืออาจเป็นเพราะเขาได้นอนหลับบนตักแม่พร้อมอ้อมกอดอันอบอุ่นรึเปล่านะ
ฉันก็ได้แต่หันไปมองสามีด้วยความประหลาดใจ

จากการได้ขึ้นเครื่องบินกับลูกอีกหลายต่อหลายครั้ง ฉันก็ได้ข้อคิดหลายอย่างดังนี้ค่ะ

การจองตั๋ว
  • ตรวจสอบก่อนว่าที่นั่งที่จองเป็นที่นั่งแถวหน้าแบบมีเปลเด็ก เนื่องจากในบางเที่ยวบิน ที่นั่งที่มีเปลเด็กจะมีน้อยมาก ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่ต้องใช้ อย่าลืมจองตัวแต่เนิ่นๆ นะคะ
  • หากสามารถเลือกเวลาบินได้ ให้ลองคิดถึงความแตกต่างของเวลาที่ต้นทางและปลายทาง รวมถึงเวลานอนหลับของลูกตามปกติ โดยเลือกเวลาบินให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค่ะ
การจัดกระเป๋า
  • คุณพ่อคุณแม่คงอยากจะยัดทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดว่าจะได้ใช้ใส่ในกระเป๋าเดินทาง แต่จริงๆ แล้วข้อแตกต่างระหว่างเที่ยวบินที่ยาวนานกับเที่ยวบินที่สั้นคือจำนวนผ้าอ้อมที่ต้องพกติดกระเป๋าค่ะ
  • ใช้กระเป๋าให้น้อยใบที่สุด การเดินทางกับเด็กมักทำให้คุณพ่อคุณแม่วอกแวกและอาจหลงลืมได้ ยิ่งมีกระเป๋าน้อยเท่าไรก็ยิ่งดีค่ะ
  • อย่าลืมตรวจสอบรายการสิ่งของที่ห้ามนำขึ้นเครื่อง โดยปกติพ่อแม่ที่เดินทางกับเด็กทารกมักจะได้รับการยกเว้น แต่กันไว้ก็ดีกว่าแก้นะคะ
  • หากลูกน้อยเริ่มทานอาหารแข็งได้แล้ว ให้พกของขบเคี้ยวไว้ด้วย ถ้าหากลูกยังต้องกินนมผงอยู่ ก็อย่าลืมเตรียมนมผงเผื่อเกิดกรณีเที่ยวบินดีเลย์ค่ะ
อุปกรณ์การเดินทาง
  • แนะนำให้ใช้รถเข็นเด็กแบบพับได้หรือแบบพับเก็บได้ชิ้นเดียวแทนที่จะใช้รถเข็นที่แยกเป็นสองชิ้น พนักงานยกกระเป๋าอาจประกอบรถเข็นแบบสองชิ้นไม่เป็น แถมยังอาจเก็บแยกออกจากกัน นอกจากนี้รถเข็นแบบแยกส่วนยังค่อนข้างหนักและมีขนาดใหญ่ และพนักงานสายการบินอาจให้คุณเช็คอินรถเข็นแทนค่ะ
  • สายการบินแต่ละแห่งจะมีที่รับรถเข็นแตกต่างกัน บางแห่งอาจอยู่ใกล้บริเวณทางออกของเครื่องบิน ส่วนบางสายการบินจะอยู่ที่สายพานรับกระเป๋าเดินทางหรือเคาน์เตอร์รับกระเป๋าขนาดใหญ่ ดังนั้นอย่าลืมตรวจดูเมื่อขึ้นเครื่องนะคะ
บนเครื่องบิน
  • ระหว่างที่นำเครื่องขึ้นและไต่ระดับ เด็กบางคนอาจรู้สึกไม่สบายเนื่องจากความดันอากาศที่เปลี่ยนแปลง แต่เด็กบางคนก็อาจไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้ค่ะ การบอกให้เด็กทารกกลืนน้ำลายอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงควรเตรียมน้ำดื่มหรือนมไว้ในขวด และให้ลูกดื่มเมื่อถึงเวลา
  • เด็กที่เบื่อมักส่งเสียงดังเรียกความสนใจ ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมของเล่นให้มากๆ ค่ะ แต่อย่าลืมนึกถึงผู้โดยสารคนอื่นๆ ด้วยนะคะ ซึ่งอาจไม่ชอบเสียงเขย่ากระดิ่งในขณะที่กำลังดูภาพยนตร์ ดิฉันชอบสะสมของเล่นหรือหนังสือใหม่ๆ ราคาถูกๆ ไว้มากๆ เพราะว่าถ้าเกิดทำหาย ดิฉันคงไม่เสียดาย และดิฉันจะให้น้องได้เล่นครั้งแรกเมื่อถึงวันหยุดเท่านั้น ซึ่งลูกๆ จะชอบได้สักพักใหญ่เพราะเป็นของเล่นชิ้นใหม่ อย่างไรก็ตาม อย่าพกของเล่นที่มีชิ้นส่วนเยอะ เช่น จิ๊กซอว์ ซึ่งจะน่าหงุดหงิดมากถ้าชิ้นส่วนหายไปสักชิ้น
  • หากลูกโตเกินกว่าจะนอนในเปล และได้จองที่นั่งเพิ่ม คุณพ่อคุณแม่อาจลองใช้เข็มขัดนิรภัยสำหรับเด็กแทนที่นั่งเสริมรถยนต์ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า ใช้งานง่าย

Lianne Ong, บทความพิเศษสำหรับ Yahoo! Southeast Asia